• June 19, 2024

รวบ "อาร์ม ลายสัก" หลอกเด็ก 16 เล่นน้ำสงกรานต์ ก่อนถูกมอมเหล้าขืนใจ

ตำรวจสืบสวนนครบาล จับกุม นายสมภพ หรือฉายา “อาร์ม ลายสัก” อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาธนบุรีที่ จ.268/2566 ลงวันที่ 11 กรกฎาคม 2566 ข้อหา “ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้, พาบุคคลอายุเกินสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเพื่อการอนาจาร , พรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล โดยผู้เยาว์นั้นไม่เต็มใจไปด้วย เพื่อการอนาจาร”

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2566 ช่วงเทศกาลสงกรานต์เมื่อ 1 ปีก่อน มีผู้เสียหายเป็นเด็กหญิงอายุ 16 ปี ถูก “อาร์ม ลายสัก” ผู้ที่เด็กสนิทสนมและนับถือเป็นเหมือนลุง ล่อลวงโดยส่งข้อความมาทางเฟซบุ๊ก ชักชวนพาไปเล่นน้ำสงกรานต์ พร้อมหลอกล่อให้ไปที่ห้องพัก และให้เด็กดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จนเมาไม่ได้สติ ก่อนที่จะลงมือกระทำชำเราจนผู้เสียหายสลบ

หลังเกิดเหตุแม่และผู้เสียหายได้เข้าพบพนักงานสอบสวน แจ้งความดำเนินคดีกับ “อาร์ม ลายสัก” จนนำไปสู่การรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับ

โดยชุดสืบสวนพิเศษของสืบนครบาล นำโดย “สารวัตรแจ๊ะ” ตรวจสอบพบว่า “อาร์มลายสัก” เป็นอดีตนักค้ายาเสพติดรายใหญ่ ช่ำชองวิธีการหลบหนีเป็นอย่างดี กระทั่ง 13 เมษายน 2567 ตำรวจสืบทราบว่า ผู้ต้องหากบดานอยู่ในบ้านพักตัวเมืองจังหวัดเพชรบุรี จึงส่งกำลังเข้าติดตามจับกุมตัวได้ในที่สุดคำพูดจาก สล็อตเว็บตรง

ทั้งนี้ ในชั้นจับกุม “อาร์ม ลายสัก” ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า ก่อนหน้านี้ตนเองถูกจับกุมในคดีจำหน่ายยาเสพติด เข้าออกคุกหลายครั้ง ยอมรับว่าเคยร่วมกับชาวไทยและมาเลเซียที่รู้จักกันในคุก ลักลอบขนยาเสพติดจากต่างประเทศมาตระเวนขายใน กทม. แต่หลังจากพ้นโทษเมื่อปี 2563 หันมาประกอบอาชีพสุจริต ตั้งแต่ขายอาหาร พนักงานขนส่งพัสดุ จนถึงปัจจุบัน

ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยอมรับว่าวันเกิดเหตุได้ไปรับผู้เสียหายเพื่อจะพาไปเล่นน้ำจริง แต่ก่อนหน้านั้นตนเองดื่มเหล้าอยู่ และพาผู้เสียหายไปดื่มต่อที่บ้าน เมื่อเห็นว่าเมาไม่ได้สติ จึงให้ขึ้นไปนอนที่ห้องพัก และยอมรับว่าได้เข้าไปนอนในห้องเดียวกันและนอนด้วยกันจริง แต่จำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง เนื่องจากตนเองดื่มสุราและเสพยาเสพติด จึงไม่ได้สติ

สำหรับการมากบดานที่ จังหวัดเพชรบุรี เพราะรู้ตัวว่ามีหมายจับ จึงหลบหนี ใช้ชีวิตหลบๆ ซ่อนๆ ไม่ออกไปไหน อยู่แต่ในบ้าน ทั้งนี้ หลังถูกจับกุมตัว ตำรวจนำผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ด้าน พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. เปิดเผยว่า ตำรวจยังไม้ปักใจเชื่อในคำให้การของผู้ต้องหา เพราะคำพูดของเด็กนั้นบริสุทธิ์มากกว่า และยังมีพยานหลักฐานอื่นเชื่อมโยง ทำให้ศาลอนุมัติหมายจับ และจากพฤติการณ์ในคดีนี้ถือว่าอุกอาจและสะเทือนใจ ผู้ต้องหารายนี้ใช้ความสนิทสนมกับผู้ปกครองของเหยื่อ ออกกลอุบายหลอกล่อช่วงเทศกาลสงกรานต์จนเชื่อ จนเกิดเหตุในที่สุด

ผมขออวยพรให้น้องผู้เสียหายกลับมีกำลังใจที่เข้มแข็ง ผ่านพ้นเรื่องเลวร้ายในอดีต และขอประชาสัมพันธ์ถึงผู้ปกครองทั้งหลาย โปรดเพิ่มความใส่ใจในตัวบุตรหลาน อย่างไว้วางใจและคลาดสายตา แม้แต่คนใกล้ชิด โดยเฉพาะช่วงเทศกาลขอให้เพิ่มความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น